ทัวร์เกาหลี ทัวร์เกาหลีราคาถูก

เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองต้องเตรียมตัวอย่างไร

สถานที่ในฝันของใครหลายๆ คนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีและชอบที่จะศึกษาวัฒนธรรมใหม่ๆ ของประเทศเกาหลีที่ไม่ว่าสาวๆ คนไหนก็ต้องอยากที่จะไปเหยียบดินแดนกิมจิที่แสนโรแมนติกสักครั้ง แต่ถ้าคุณเป็นนักผจญภัยที่ต้องการจะศึกษาข้อมูลต่างๆ ก่อนที่จะท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลี อย่าเพิ่งเก็บกระเป๋าก่อนที่จะได้อ่านนะคะ

ทัวร์เกาหลี

คุณรู้หรือไม่ว่า การท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีไปเกาหลีไม่ต้องขอวีซ่า

การท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีไปยังประเทศเกาหลีนั้น ไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ถ้าหากคุณไม่เคยท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีออกจากนอกประเทศมาก่อนเลยและต้องการที่จะท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีไปด้วยตัวเอง (ไม่ได้ไปกับทัวร์) การขอวีซ่าเพื่อพำนักอยู่ที่นั่นจะเป็นการปลอดภัยที่สุดเพราะส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวอาจจะโดนส่งกลับด้วยหลายสาเหตุต่างกัน ในกรณีที่คุณต้องการขอวีซ่านั้น เอกสารที่ต้องเตรียมมีดังต่อไปนี้ค่ะ

·หนังสือท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลี (Passport) ที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนและมีที่ว่างเหลืออย่างน้อย 3 หน้า

·กรอกเอกสารแบบฟอร์มการขอวีซ่าให้ครบถ้วน พร้อมลายเซ็นต์ 1 ชุด

·รูปสีพื้นหลังขาว ขนาด 2×2 นิ้วจำนวน 2 รูป

·ประกันการท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีที่ครอบคลุมตลอดเวลาที่คุณท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลี มีวงเงินคุ้มครองอย่างน้อย 1,500,000 บาท

·Statement ย้อนหลังอย่างน้อย 3 เดือน (แต่ต้องออกโดยธนาคารเท่านั้น)

·หลักฐานการจองที่พัก/โรงแรม หรือหนังสือรับรองที่พักระหว่างการท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลี หากต้องไปพักกับคนรู้จัก

·ใบจองตั๋วเครื่องบินแบบไป-กลับ ทั้งตัวจริงและสำเนา

·จดหมายรับรองการทำงาน และการอนุญาตให้ลาหยุดได้ และต้องระบุตำแหน่งการทำงาน เงินเดือน อายุการทำงานของที่ทำงานนั้นๆ

·ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ถ้ามี)

·จดหมายเชิญ (ในกรณีที่มีคนรู้จักและพำนักอยู่กับคนนั้น) พาสปอร์ต หรือบัตรประชาชนของผู้ที่เชิญ
ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าของสถานทูต               1,020 บาท/ คน

ค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่าท่องเที่ยว     1,200 บาท/ คน

#

ระยะเวลาการดำเนินการนั้นอยู่ที่ 4 วันโดยไม่ต้องโชว์ตัวแต่ระยะการทำการนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของถานทูต

ที่ตั้ง         23 ถ. เทียมร่วมมิตร รัชดาภิเษก ห้วยขวาง กทม.  10320  เบอร์โทรศัพท์  02-247-7537-41

เวลาทำการ           จันทร์ – ศุกร์  ยกเว้นวันหยุดสถานทูต

เวลายื่นวีซ่า           9.00 – 11.00 น.

เวลารับวีซ่า           10.30 – 11.30 น.

Description: ทัวร์เกาหลี1.jpg

 

o   การหาที่พักในเกาหลี

ก่อนอื่นสำหรับผู้ที่ต้องการหาที่พักเองสามารถจองได้ด้วยตัวเองผ่านทางเว็บไซด์ที่น่าเชื่อถืออย่างเช่น www.booking.com หรือ www.agoda.com แต่สำหรับการท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีควรที่จะเลือกที่พักนั้นควรคำนึงถึงสถานที่ที่จะท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีไปท่องเที่ยวด้วย ควรจะอยู่ใกล้กับสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเพื่อความสะดวกสบายในการท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีนะคะ

o   การจัดกระเป๋าท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลี

การจัดกระเป๋าเพื่อท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีไปยังประเทศเกาหลีนั้นมีความจำเป็นอย่างมากเพราะคุณคงไม่อยากจะแต่งตัวผิดฤดูจนทำให้ดูเป็นตัวประหลาดหรือปล่อยให้ตัวเองหนาวเหน็บท่ามกลางอากาศที่คนไทยไม่คุ้นเคย

ช่วง Spring (ระหว่างเดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม)

อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 6 – 16 องศาเซลเซียส เราเรียกว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิซึ่งไม่ว่าคุณจะเดินไปทางไหนก็จะมีดอกไม้ และต้นไม้ผลิดอกและใบสะพรั่งทั้งต้นไปหมด มีแสงแดดสดใสและกลางวันจะยาวนานกว่าเดิมอีกด้วย

ช่วง Summer (ระหว่างเดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม)

อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 22 – 38 องศาเซลเซียส ในฤดูร้อนนั้นจะมีอุณหภูมิที่ร้อนกว่าเดือนอื่นแต่ก็อาจจะเย็นสบายสำหรับคนไทย ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็จะมีต้นไม้เขียวชะอุ่ม และอาจจะมีฝนบ้างในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม และเดือนสิงหาคมจะเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดค่ะ

ช่วง Autumn (ระหว่างเดือนกันยายน – เดือนพฤจิกายน)

อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 5 – 25 องศาเซลเซียส อาจจะเรียกว่าเป็นช่วงที่คุณอาจจะเห็นนักท่องเที่ยวเยอะมากที่สุดในช่วงนึงของปีเลยก็ว่าได้ อากาศจะดีท้องฟ้าจะแจ่มใส ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีในช่วงนี้ และจะสวยที่สุดในช่วงเดือนตุลาคมเพราะต้นไม้จะเต็มไปด้วยสีสันทั้งสีแดงและสีทองซึ่งเหมาะมากสำหรับคู่รักค่ะ

ช่วง Winter (ระหว่างเดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์)

อุณหภูมิโดยเฉลี่ย -5 – 20 องศาเซลเซียส อาจจะเป็นช่วงเวลาที่คนไทยอาจจะไม่เคยชินซะเท่าไรเพราะอากาศจะแห้งและหนาวกว่าเดิมมาก บางครั้งอาจจะมีทั้งฝนและหิมะตกสลับกันแต่จะมีวันที่มีอากาศอบอุ่นบ้าง สำหรับคนที่ชื่นชอบการเล่นสกีหรือสโนวบอร์ดเป็นช่วงที่น่าสนใจในการเล่นกีฬาทางนี้อีกด้วย

Description: ID_408_main.jpg

 

เครื่องแต่งกาย

§  กันหนาวด้วยชุดลองจอห์น  สำหรับชุดกันหนาวสำหรับหน้าหนาวที่ใส่ในด้านในสุดรองจากชุดชั้นใน และช่วยเก็บความอบอุ่นได้อย่างดี ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามทั่วไป

§  ถุงมือ ถุงเท้า ผ้าพันคอและรองเท้า     หรือสิ่งที่ช่วยป้องกันความหนาว อย่าคิดว่าคุณจะทานทนกับความหนาวได้ เพราะคนหลายคนที่ไปเกาหลีอาจจะต้องเสียเงินอีกรอบที่นั่นอีกก็ได้ อย่าคิดแต่ว่าจะเลือกแต่เสื้อผ้าที่ความสวยงามเท่านั้น

§  ครีมบำรุงผิว โลชั่น ลิปปาล์ม                               เราคนไทยอาจจะไม่ค่อยคุ้นกับการทาครีมที่มีเนื้อครีมหนาๆ มากนักแต่เมื่อคุณจะไปเยือนที่ประเทศเกาหลีในหน้าหนาวหรือในช่วงที่อากาศแตกต่างจากประเทศไทยเป็นอย่างมาก การที่ผิวของเราจะปรับสภาพโดยทันทีนั้นเป็นไปไม่ได้เราจึงควรต้องเตรียมตัวเอาไว้ก่อนที่ผิวจะขาดความชุ่มชื่นเพราะอาจจะทำให้ผิวแห้งแตกได้

§  กระเป๋าท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลี     น้ำหนักสุทธิส่วนใหญ่จะไม่เกิน 20กิโลกรัมต่อ 1 ท่านซึ่งทางสายการบินจะคิดค่าบริการเพิ่มตามน้ำหนักที่มากขึ้นกิโลกรัมละ 400-500 บาทค่ะ

สิ่งที่ควรรู้เมื่อท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีเข้าแดนกิมจิ (จากผู้ที่เคยไปเยือนมาแล้ว)

1.       คนเกาหลีส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ทุกคน หรืออาจจะพูดได้เล็กน้อย ควรหยิบเอาไกด์บุ๊คหรือหนังสือที่แนะนำภาษาเกาหลีเอาไปด้วยก็ดีค่ะ

2.       ควรติดชื่อไว้ที่กระเป๋าท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีด้วยทุกครั้งเพราะหากคุณไปพักตามโรงแรมที่มีเด็กถือกระเป๋าเนื่องจากพวกเขาจะดูป้ายเพื่อส่งกระเป๋าตามห้อง พนักงานบริกรที่เกาหลีค่อนข้างมีน้อยดังนั้นการให้ทิปในแต่ละครั้งควรจะอยู่ระหว่าง 5,000 -6,000 วอนต่อกระเป๋า 1 ใบ

3.       ปลั๊กไฟที่เกาหลีจะใช้ 110, 220 โวลต์ (ซึ่งเหมือนกับบ้านเรา) แต่ควรหาตัวแปลงปลั๊กไปด้วยซึ่งเต้าเสียบของเกาหลีส่วนใหญ่จะเป็นหัวกลม แต่ที่เมืองไทยจะเป็นหัวเหลี่ยมการติดหัวเสียบไปด้วยนั้น

4.       แท็กซี่ที่นี่มีป้ายเป็นแบบ 2 แบบ ป้ายสีฟ้าจะคิดค่าบริการ 1,900 วอนต่อ 2 กิโลเมตรแรก แต่ค่าบริการจะเปลี่ยนแปลงหลังจากเที่ยงคืนถึงตีสี่จะคิดค่าบริการเพิ่มเป็น 20% แต่ที่สำคัญคือพนักงานจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้หรืออาจจะพูดได้นิดหน่อยเท่านั้น ส่วนแท็กซี่ป้ายเหลืองหรือรถใหม่คันสีดำจะมีค่าบริการแพงกว่าเดิมกว่าเท่าตัวประมาณ 4,000 วอนต่อ 3 กิโลเมตรแรก ซึ่งจะไม่มีค่าบริการเพิ่มอีกทั้งคนขับจะพูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ

5.       คนเกาหลีจะพูดเสียงดังและอาจจะเดินชนไหล่คุณตลอดเวลาเพราะมันเป็นเรื่องปรกติของเขา แต่ที่บอกว่าคนเกาหลีนั้นดุ ไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิดคนเกาหลีส่วนใหญ่จะให้ความเคารพกับผู้อาวุโสกว่า และการถูกเนื้อต้องตัว จับมือ โอบไหล่ทั้งผู้หญิงกับผู้หญิง หรือชายกับชายก็ถือเป็นเรื่องปรกติ

6.       การชี้นิ้วใส่คนอื่นเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำเพราะเป็นการกระทำที่หยามเกียรติหรือใช้กับสุนัขเท่านั้น

7.       คนเกาหลีชอบดื่มมากรวมถึงการสูบบุหรี่อีกด้วย มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมองไปทางไหน หลังจากเวลาเลิกงานจะมีแต่คนนั่งดื่มและสูบบุหรี่ตามร้านต่างๆ อีกทั้งการรินเหล้าโซจูนั้นคนที่มีอายุน้อยจะรินให้กับคนที่อายุมากกว่าเสมอ คนเกาหลีจะชอบการร้องคาราโอเกะเป็นอย่างมากคุณจะเห็นร้านคาราโอเกะจะตามมุมถนนต่างๆ

8.       ร้านมินิมาร์ทที่เกาหลีจะไม่ค่อยมีถุงพลาสติก และถ้าต้องการที่จะใช้ถุงพลาสติกก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม อีกทั้งคนเกาหลีจะไม่ทิ้งขยะบนถนนเด็ดขาด เพราะกฏหมายที่นั่นแพงมากและเมื่อทิ้งแล้วจะถูกจับปรับจริงจึงไม่แปลกที่จะเห็นคนเกาหลีเก็บขยะเข้าเอาไว้ในกระเป๋าแล้วกลับเอาไปทิ้งที่บ้าน เพราะถังขยะที่เกาหลีนั้นหายากยิ่งกว่าโอเอซิสเสียอีก

9.       คนที่เลี้ยงสุนัขที่เกาหลีเป็นคนมีเงิน เพราะการเลี้ยงดูสุนัขเป็นการเลี้ยงดูที่ต้องเสียเงินดูแลแพงมาก หากคนที่พาสุนัขจะพาสุนัขมาเดินตามถนนต้องคอยดูแลสุนัขอย่างใกล้ชิดเพราะถ้าทำอะไรผิดคุณจะโดนปรับทันที

10.   เราจะไม่เห็นตำรวจตามท้องถนนแต่มาตราฐานการรักษาความปลอดภัยของประเทศนี้จะขึ้นอยู่กับกล้องวงจรปิดค่ะ

ตลาดที่ห้ามพลาดเมื่อไปเหยียบเกาหลี

จุดมุ่งหมายของหลายๆ คนที่เข้ามาเที่ยวเกาหลีนั้น ส่วนใหญ่ถ้าเป็นสาวๆ จะชอบมาจับจ่ายซื้อของแนวๆ น่ารักๆ และได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านไปเหมือนกัน  เราขอแนะนำตลาดในเกาหลีที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้ไปถึงที่เกาหลีแล้วค่ะ

เมื่อมาถึงเกาหลีจะช๊อปปิ้งที่ไหนดี

ทัวร์เกาหลี

1.       ตลาดเมียงดง        สำหรับสาวๆ ที่ชอบการช็อปปิ้งไม่ควรพลาด ซึ่งเป็นแหล่งยอดนิยมในกรุงโซล ตลาดเมียงดงมีทั้งเสื้อผ้า รองเท้า น้ำหอม เครื่องสำอาง ซีดีเพลง รูปดาราและอีกมากมาย รวมทั้งแบรนด์ต่างๆ ซึ่งเป็นตลาดที่เรียกว่า ตอบโจทย์ความต้องการของวัยรุ่น เรียกว่าเจาะกลุ่มวัยรุ่นอย่างแท้จริง เรียกง่ายๆ ว่ารวมเอาสยามกับประตูน้ำเข้าไปไว้ด้วยกัน แต่สาวไทยๆ ที่ชอบเครื่องสำอางเกาหลีเช่น Etude, Skin Food, The face shop หรือ Rojukiss ซึ่งถูกกว่า Shop ในประเทศไทยพอสมควร และที่สำคัญในตลาดนี้มีการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ทั้งลด แลก แจก แถมอยู่ตลอดเพื่อกระตุ้นการขายอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญแม่ค้าในตลาดนี้สามารถพูดภาษาอังกฤษได้พอสมควร ที่สำคัญแม่ค้าบางคนฟังภาษาไทยและพูดภาษาไทยได้ ซึ่งเป็นเพราะมีลูกค้าคนไทยมาแวะเวียนเพื่อซื้อของอยู่ตลอดเวลา ร้านค้าส่วนใหญ่จะเปิดในเวลา 07.00 – 21.00น.  แต่ถ้าเป็นเวลาของห้างจะเปิดและปิดในเวลา 10.00 – 21.00น. และจะมีนักช็อปเข้ามาเดินมากที่สุดในช่วงตอนเย็นในเวลา 15.00 – 18.00 น.ซึ่งจะมีทั้งนักเรียนและวัยรุ่นมาเดินเพื่อเลือกซื้อของอยู่ตลอดเวลานั้น

Description: Dongdeamun_01.jpg

2.       ตลาดทงแดมุน       ในตลาดนี้ไม่ใช่ตลาดกลางแจ้งอย่างท่าวๆ อาจะคุ้นเคยแต่ในตลาดนี้เริ่มตั้งแต่ใต้ดินของห้างสรรพสินค้าที่จะเป็นซุปเปอร์มาเก็ต มีโซนและชั้นแบ่งอย่างชัดเจนเช่น ชั้นที่ 1 จะขายเป็นเสื้อผ้าวัยรุ่น  ชั้นที่ 2 จะขายเป็นเสื้อผ้าผู้หญิง ผู้ชาย เสื้อผ้าเด็ก เครื่องหนัง กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ของแต่งบ้าน ที่เด็ดของที่นี่คือคุณสามารถต่อรองราคาได้เล็กน้อย มาที่นี่จะมีแบรนด์สินค้าชื่อดังที่เป็นของเลียนแบบที่คุณภาพดีทีเดียว รวมทั้งอาหารการกินที่ไม่ว่าเดินไปทางไหนก็ไม่มีอดแน่นอน ที่สำคัญสะดวกสบายเพราะติดกับรถไฟใต้ดินอีกด้วย

Description: ssamziegil_05.jpg

 

3.         ซัมซีกิล                 เรียกว่าเป็นสถานที่สุดฮิตของเหล่าวัยรุ่นมารวมตัวกันทั้งชาวเกาหลีและชาวไทย และมีร้านรวงมากกว่า 70 ร้านที่รวมสินค้าต่างๆ เข้าไว้ภายในที่เดียว จะได้อารมณ์เหมือนสยามสแควบ้านเรานี่แหละค่ะ แต่จะมีเสื้อผ้าไม่เยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นของฝากค่ะ  ที่ห้ามพลาดคือร้านที่มีร้านกล่องดนตรีที่ห้ามพลาด และงานศิลปะต่างเช่น รูปภาพล้อเลียน หรือของฝากจุกิกสำหรับสาวๆ ค่ะ รวมทั้งทัศนียภาพรอบๆ ตึกที่สวยมากค่ะ

Description: 6j0il2.jpg

4.       ตลาดนัดตุกซอม   เป็นอีกหนึ่งที่น่าสนใจเป้นอย่างยิ่งค่ะ เพราะอยู่ในกรุงโซลเลยทีเดียวและเหล่าพ่อค้าแม่ขายที่นี่ต้องบริจาคเงินไม่น้อยกว่า 10% ของการขายของที่ได้ให้กับการกุศลต่างๆ อย่างเช่น องค์กรช่วยเหลือเพื่อการศึกษา หรือองค์กรลดปัญหาโลกร้อน องค์กรต่างๆ สินค้าที่นำมาขายที่นี่เป็นสินค้ามือสอง ตามคอนเซ็ปรักษ์โลก อีกอย่างคือมีของเจ๋งๆ มาขายเยอะมากค่ะ ของที่คุณไม่ได้ใช้หรือว่ายังไม่เก่ามากนำมาขายที่นี่ได้เลยค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้ามือสอง รองเท้า หมวก เครื่องประดับมาวางขายมากมายเลยล่ะค่ะ

Description: s4yyr4.jpg

5.       ตลาดนัดมินิซอม   แม้จะเป็นตลาดที่ดูเล็กแต่ว่าสินค้าที่นำมาขายนั้นไม่เล็กเลย มีตั้งแต่สินค้ามือสอง เสื้อผ้าแบรด์เนม ผลงานศิลปะ ที่เด็ดคือราคาสินค้าที่นี่สามารถต่อรองราคาได้ไม่ยั้งแต่อย่าต่ำเกินไปนะคะ อาจะโดนอารมณ์เสียได้ง่ายๆ แต่การมาตลาดนี้คงต้องอาศัยถามคนท้องถิ่นว่าแต่ละอาทิตย์จะขายที่ไหน ส่วนใหญ่จะวนไปตามหน้ามหาวิทยาลัยต่างๆ อีกทั้งยังสามารถหาดูได้ตาม Website อีกด้วย “www.minisum.co.kr ค่ะ และอีกอย่างตลาดที่นี่คือตลาดกลางแจ้งที่ขายตั้งแต่บ่ายแก่ๆ ไปจนถึงเย็น  จริงๆ มีสินค้าอย่างอื่นด้วยเช่น หนังสือ (แต่เป็นของเกาหลีนะคะ) เครื่องประดับเก๋ ซึ่งคนที่ชอบการ shopping ไม่ควรพลาดเด็ดขาดค่ะ
Description: 111703279.jpg

6.       ตลาดนัดกลางคืน Bling สำหรับที่นี่เป็นตลาดกลางแจ้งที่เกิดขึ้นในยามค่ำคืนที่อยู่ในตัวตึก Platoon Kunsthalle ที่มีทั้งผับ ทั้งบาร์ และร้านอาหารและของกินต็มไปหมด ตลาดนี้เป็นตลาดสำหรับคนอินเทรนด์ค่ะ สินค้าส่วนใหญ่จะออกแนววินเทจมากๆ คนที่มาขายของนั้นแต่งตัวกันแบบสุดแนวเหมือนกับหลุดออกมาจากหนังสือเลยล่ะค่ะ และตลาดนี้จะเกิดขึ้นในวันเสาร์แรกของต้นเดือนตั้งแต่ 2 ทุ่มจนถึงเที่ยงคืนเลยล่ะค่ะ

Description: Nam_04.jpg

7.       ตลาดนัมแดมุน      เป็นตลาดที่คนที่มาเกาหลีไม่ควรพลาดจริงๆ ค่ะ เพราะตลาดที่นี่เป็นตลาดที่เก่าแก่ในเกาหลีตั้งแต่สมันโชชอนและเป็นที่ๆ คนเกาหลีจับจ่ายใช้สอยหาซื้อของตั้งแต่ในอดีต ซึ่งตลาดนี้อยู่ใกล้กับตลาดเมียงดงอีกด้วยเพราะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณกำลังมองหามีตั้งแต่อาหาร เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย รองเท้า กระเป๋าที่มีให้เลือกซื้อโดยกลุ่มเป้าหมายนั้นมีทุกช่วงอายุเหมือนกับตลาดสำเพ็งบ้านเรา อีกทั้งมีของใช้ ของแต่งบ้าน ของที่ระลึกและสามารถต่อรองราคาได้ด้วยนะคะ มีข้อเสียนิดหน่อยเพราะ พ่อค้าแม่ค้าที่นี่นั้นไม่ค่ยต้อนรับนักท่องเที่ยวเท่าไรนัก ต้องใช้ความพยายามเล็กน้อยในการต่อรองราคาค่ะ เวลาเปิด – ปิด นั้นตั้งแต่เวลา 23:00 – 17:00 น. แต่ปิดวันอาทิตย์นะคะ

Description: Insadong_03.jpg

8.       ตลาดอินซาดง       ร้านย่านวัฒนธรรมใจกลางเกาหลี แม้จะเป็นถนนสายเล็กๆ แต่ก็เต็มไปด้วยร้านรวงต่างๆ มากมาย ที่มีสินค้าให้จับจองมากมาย รวมถึงศิลปะสวยๆ เก๋ๆ และมีถ้วยชามที่เป็นแบบของเกาหลีแท้ๆ รวมถึงร้านน้ำชาแบบเกาหลีแท้ๆ เป็นแหล่งรวมชาวต่างชาติอีกด้วย มีพ่อค้าแม่ค้าสมัครเล่นที่ทำผลงานศิลปะออกมาให้คนได้ซื้อหา แถมยังมีนักดนตรีมาเล่นดนตรีตามถนนให้ฟังอีกด้วย ยิ่งเสาร์ – อาทิตย์ ยิ่งดึกยิ่งคึกคักบรรยากาศเงียบๆ มันเปลี่ยนไปจากเดิมเลยล่ะค่ะ เพราะมีทั้งร้านเหล้า ร้านอาหารผุดขึ้นมาต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งหลายอีกด้วย แถมถนนในวันหยุดนั้นจะปิดเพื่อไม่ให้รถขับผ่านอีกด้วย

Description: Inteawon_02.jpg

9.       ตลาดอิเทวอน       เรียกอีกอย่างคือตลาดนานาชาติ เพราะว่าเป็นแหล่งรวมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ล้วนแต่มาที่นี่เพื่อจับจ่ายใช้สอย เพราะมีร้านให้ช้อปปิ้งและมีสถานบันเทิงต่างๆ เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ผับ บาร์ คาราโอเกะ คาเฟ่และดิสโก้ต่างที่เรียงรายตามตัวตึกในทุกๆ ที่ที่คุณก้าวเดิน อีกทั้งยังใกล้กับฐานทัพสหรัฐอยู่ด้วย จึงไม่แปลกเลยที่จะมีทหารเดินไปเดินมา ที่นี่สามารถหาซื้อสินค้าต่างๆ ได้มากมายเพราะมีร้านค้ากว่า 2,000 ร้านและแผงลอยต่างๆ  ตามถนนอีกประมาณ 400 กว่าแผง ซึ่งสามารถต่อรองราคาได้อย่างเมามัน แต่สินค้าส่วนใหญ่จะเหมาะกับชาวต่างชาติมากกว่า ชาวเกาหลีจะไม่นิยมมาซื้อหาของที่นี่สักเท่าไรค่ะ  รวมทั้งอาหารที่เป็นอาหารนานาชาติอีกด้วยค่ะ

Description: มหาวิทยาลัยฮงอิก1.jpg

10.   ตลาดฮงเด             ตลาดำหรับวัยรุ่นชาวเกาหลีที่มารวมตัวกันอย่างมากมาย รวมถึงคลับบาร์อีกด้วยเพราะว่า ตลาดฮงเดนั้นใกล้กับมหาวิทยาลัยฮงอิก บริเวณทั่วไปจะมีศิลปินรุ่นเล็กรุ่นใหญ่เรียงรายผลงานตลอดสองข้างทาง มีสินค้า handmade เสียมากกว่าและสินค้าเล็กๆ น้อยๆ และมีร้านเครื่องสำอางต่างๆ ที่เรียงรายพร้อมกับนักร้องอินดี้ที่ออกมาร้องเพลงให้คุณฟังตลอด และมีร้านอาหารอร่อยๆ อีกด้วย เขาเล่ากันว่า ร้านหมูย่างที่นี่อร่อยมากด้วยนะคะ แถมมีวันรุ่นแต่งตัวแนวๆ เดินไปเดินมาให้สาวๆ ได้หัวใจหวั่นไหวเล่นด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

ทัวร์เกาหลี

ชั่วโมงนี้ต้องยอมรับกันเลยว่าเกาหลีเป็นอีกหนึ่งประเทศที่นักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจที่จะแวะไปเยี่ยมเยียนกันมากหน้าหลายตาในแต่ละปี ส่วนหนึ่งก็คงมาจากกระแสความนิยมของภาพยนตร์และซีรี่ส์เกาหลีที่ติดกันงอมแงมโดยเฉพาะในบ้านเราที่เห่อทั้งซีรี่ส์และศิลปินเกาหลีจนทำให้มีทัวร์หัวใสพาไปท่องเที่ยวตามรอยสถานที่จริงในซีรี่ส์ดังๆ หรือไม่ก็เป็นกองถ่ายในภาพยนตร์เรื่องโปรด นอกจากนี้เกาหลียังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามหลากหลายไม่ว่าจะเป็นทางด้านประวัติศาสตร์, ทางด้านวัฒนธรรม, ความโรแมนติกและความสนุกสนานรวมไปถึงสถานที่ช้อปปิ้งและอาหารการกิน ดังนั้นวันนี้เราจึงขออาสามาแนะนำว่าหากท่านไปเกาหลีแล้วไม่ไปสถานที่ต่อไปนี้ถือว่าผิดมหันต์

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

เกาะนามิหรือมีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกกันว่า “เกาะคู่รัก” ซึ่งเนื่องมาจากเกาะแห่งนี้ส่วนใหญ่จะมีคู่รักแวะมาพักผ่อนกันเป็นประจำ รวมทั้งยังโด่งดังเป็นพลุแตกจากซีรี่ย์ดังอย่าง “The winter love song” ที่มีการนำไปฉายยังหลากหลายประเทศจนทำให้มีผู้คนแห่แหนตามกันมาเก็บรอยซีรี่ส์ดัง เดิมทีเกาะนามิเป็นเกาะกลางแม่น้ำที่เคยเป็นแนวทิวเขามาก่อนที่จะมีการกั้นเขื่อนชองเปียง ซึ่งกั้นแม่น้าผุกฮันจึงเกิดเป็นเกาะกลางน้ำแห่งนี้ที่เปรียบเสมือนสวนสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งตะหง่านอยู่กลางแม่น้ำแห่งนี้

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

สำหรับการข้ามไปสู่เกาะนามินั้นข้ามไปได้ด้วยเรือเฟอร์รารี่ที่จะข้ามไปเกาะทุกๆ 15 นาทีและใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้นก็ถึงแล้ว นอกจากนี้ก็อาจข้ามไปด้วยเรือสปีดโบ้ทที่ต้องจ้างเหมาะลำ ส่วนชื่อของเกาะนามินั้นตั้งตามชื่อของนายพลนามิ ซึ่งมีสุสานของท่านตั้งอยู่บริเวณทางเข้าจากท่าเรือของเกาะ เมื่อมองจากทางด้านบนลงมาจะเห็นว่าเกาะนามิมีลักษณะคล้ายกับใบไม้ที่ลอยล่องอยู่กลางแม่น้ำและเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเกาหลีมาเป็นเวลายาวนานไม่ว่าจะมากันเป็นครอบครัวหรือหมู่เพื่อนฝูงรวมไปถึงกลุ่มนักเรียนที่มาทัศนะศึกษากับโรงเรียน

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

เมื่อมาถึงบนเกาะนามิแล้วนั้นเราก็จะพบกับบรรยากาศของธรรมชาติอันสวยสดงดงามทั้งแนวทิวสนที่ทอดยาวตลอดสองข้างทางตั้งแต่บริเวณที่เข้าไปจนถึงจุดกลางเกาะ รวมไปถึงแนวทิวต้นแปะก๊วยที่มีอยู่ทั่วทั้งเกาะ ขณะเดียวกันนั้นก็มีแนวของต้น Metasequoia ซึ่งเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายกับต้นสนขนาดยักษ์ นอกจากนี้ระหว่างที่เราดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของแมกไม้เพลินๆ ก็อาจจะได้พบกับเจ้ากระรอกตัวโตที่ลงมาวิ่งเล่นหาอาหารแถมยังมีนกกระจอกเทศเดินปะปนไปมาอยู่ภายในเกาะอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

แม้เกาะนามิจะเป็นเพียงแค่เกาะเล็กๆ ที่มีพื้นที่ราว 4 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งตั้งอยู่กลางทะเลสาบชองเพียงในเมืองแกปยองทางตะวันออกของกรุงโซล แต่ก็มีฤดูกาลที่แตกต่างกันไปบนเกาะให้เราได้ไปสัมผัสเที่ยวชมตามฤดูกาลทั้ง 4 ของเกาหลีที่จะมีระยะเวลาแต่ละฤดูกาลนาน 3 เดือน เมื่อเราไปในฤดูใบไม้ผลิก็จะได้อยู่ท่ามกลางแมกไม้ที่ผลิดอกออกใบหลังผ่านพ้นฤดูหนาวมานานหลายเดือน โดยเราจะได้เห็นสีสันต่างๆ ของต้นไม้ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นพร้อมผ่อนคลายอารมณ์ไปกับการเดินชมเกาะโดยเฉพาะจะได้ชื่นชมต้นซากุระ (Cherry Blossom) ที่มีชื่อในภาษาเกาหลีว่า “ผด-กช” บานสะพรั่งงดงามอร่ามตระกานตาต่อหน้าเรา แต่ช่วงที่บานเต็มที่จะมันมีเวลาให้เราชมเพียงแค่สัปดาห์เดียวหลังเริ่มบาน หากเราไปในฤดูร้อนก็จะได้เห็นดอกไม้เบ่งบานกันอย่างเต็มที่พร้อมดอกไม้หลากพันธุ์ที่อวดความงดงามตลอดสองข้างทาง และภายในเกาะก็ยังมีการปล่อยน้ำพุที่มีการจัดวางตำแหน่งฉีดสายน้ำออกมาได้อย่างสวยงาม แต่ถ้าเราไปในฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้สัมผัสกับความโรแมนติกท่ามกลางสภาพอากาศเย็นสบายบนเกาะพร้อมแมกไม้นาๆ พันธุ์ที่กำลังเปลี่ยนสีทั้งสีเหลืองของต้นแปะก๊วยและสีแดงของต้นเมเปิ้ลที่ผสมกลมกลืนกันได้อย่างลงตัวเมื่อแสงดาดสาดส่องลงมาก็จะเป็นภาพที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง และหากเราไปในหน้าหนาวก็จะได้พบกับบรรยากาศที่แปลกตาไปจากเมืองร้อนอย่างบ้านเราโดยมีหิมะปกคลุมไปทั่วทั้งเกาะพร้อยปุยหิมะและสระน้ำบนเกาะที่เป็นแผ่นแข็งพร้อมกับต้นไม้น้ำแข็งที่ดูสวยไปอีกแบบ

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

หอคอยโซลทาวเวอร์ (Seoul Tower) นับได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซลและด้วยความสูงเกือบ 240 เมตรทำให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเกาหลีสุดฮิตที่ทุกคนไปแล้วต้องติดอกติดใจไปกับการชมวิวทิวทัศน์รอบกรุงโซลโดยเฉพาะยามค่ำคืนที่จะเห็นสภาพบ้านเมืองด้านล่างเต็มไปด้วยแสงไฟประดับประดาสวยงามน่าประทับใจและบนนี้ยังมีหอดูดาวและภัตตาคารอีกด้วย ขณะเดียวกันนั้นหอคอยนี้ก็ถูกเรียกอีกชื่อว่านัมซันทาวเวอร์เพราะหอคอยตั้งอยู่บนภูเขานัมซันนั่นเอง และถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี 1969 และเปิดให้เข้าชมเมื่อปี 1980 โดยมีทางขึ้นอยู่ตรงที่สวนนัมซัน

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

สำหรับการท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีขึ้นไปนั้นเราสามารถที่จะเดินเท้าขึ้นไปเองก็ได้หรือเลือกใช้บริการ Cable car ที่ผู้ใหญ่ไปกลับ fare 6,300 วอน/ขาเดียว 4,800 วอน ส่วนเด็กไปกลับ fare 4,000 วอน/ขาเดียว 3,000 วอน ขณะที่ค่าเข้าชมนั้น 7,000 วอนสำหรับผู้ใหญ่ 5,000 วอนสำหรับวัยรุ่นและคนชรา (อายุ 13-18ปี,คนชราอายุ 65 ปีขึ้นไป) 3,000 วอนสำหรับเด็ก (อายุ 4-12 ปี) โดยเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 – 23.00 น.

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

เมื่อเราขึ้นไปถึงบนหอคอยโซลทาวเวอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะก็เราจะมองเห็นทัศนียภาพทั้งหมดรอบกรุงโซลพร้อมจุดชมวิวและให้เราได้ถ่ายรูปเก็บความประทับใจ ซึ่งหากเราสังเกตบนกระจกแต่ละบานจะเห็นเป็นชื่อประเทศต่างๆ พร้อมระยะทาง รวมทั้งยังมีภัตตาคารที่หมุดได้รอบและพิพิธพัณฑ์พื้นบ้านอันเป็นที่เก็บวัตถุโบราณที่หายากมากมายกว่า 20,000 ชิ้นจาก 150 ประเทศทั่วโลกแถมยังมีโรงภาพยนตร์ 3 มิติอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

ขณะเดียวกันนั้นอีกหนึ่งอันที่เป็นไฮไลท์ของการขึ้นมาบนหอคอยโซลนั่นก็คือการที่คู่รักแต่ละคู่จะจูงมือการมาเอากุญแจเขียนชื่อของตัวเองพร้อมกับคนรักเอาไปล็อคเอาไว้ ก่อนที่จะโยนลูกกุญแจทิ้งไปเพื่อเป็นเคล็ดที่ว่าจะทำให้รักของทั้งสองนั้นมันแน่นแฟ้นอยู่ด้วยกันไปตราบนานเท่านานไม่มีวันพลัดพรากจากกันอย่างเด็ดขาด ซึ่งภาพยนตร์ไทยเรื่องดังอย่างกวนมึนโฮก็โกอินเตอร์มาถ่ายทำที่นี่เช่นเดียวกับซีรี่ส์เกาหลีอีกหลายเรื่องด้วยกัน นอกจากนี้ทางด้านร่างของโซลทาวเวอร์นั้นก็ยังมี Teddy Bear Museum อยู่ในรูปแบบทางประวัติศาสตร์และรูปแบบการใช้ชีวิตของชาวเกาหลีนับตั้งแต่สมัยโบราณกาลมาจวบจนปัจจุบันนี้

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

ทางด้านโซนทาวเวอร์ของหอคอยโซลนั้นประกอบไปด้วยชั้น T1 เป็นร้าน Hancook ร้านอาหารเกาหลีที่เลื่องชื่อลือชา ชั้น T2 เป็น Sky Cafe ที่มีห้องน้ำมีวิวสวยที่สุดของเมืองหลวงแดนกิมจิเลยทีเดียว ชั้น T3 เป็นจุดชมวิวที่จะหมุนรอบตัวเอง 360 องศาทุก 48 นาที ชั้น T4 Main Kitchen และชั้น 5 ร้านอาหาร n.grill พวก Full Course เมนูต่างๆ

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

เมื่อมาถึงกรุงโซลแล้วนั้นก็ไม่ควรพลาดไปเยี่ยมชมความอลังการของพระราชวังคยองบกหรือพระราชวังเคียงบก ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงโซล ที่จัดได้ว่าเป็น 1 ใน 5 ของพระราชวังใหญ่ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์โชซอนเมื่อปี พ.ศ. 1937 (ค.ศ. 1394) โดยชองโดจอน และเป็นพระราชวังหลวงหรือพระราชวังหลักที่ใช้สำหรับประทับในการว่าราชการของกษัตริย์และเหล่าเชื้อพระวงศ์ของเกาหลีนับแต่นั้นมา ก่อนที่จะได้รับการต่อเติมโดยพระเจ้าแทจงและพระเจ้าเซจงมหาราช แต่ก็น่าเสียดายไม่น้อยเมื่อกองทัพญี่ปุ่นยกพลบุกเข้าเกาหลีในปีพ.ศ. 2135 ได้เผาและทุกทำลายตำหนักต่างๆ ไปเป็นจำนวนมากจากที่พระราชวังแห่งนี้เคยมีตำหนักและอาคารมากมายถึง 200 อาคารบนเนื้อที่ 5.4 ล้านตารางฟุต ก่อนที่จะได้รับการบูรณะซ่อมแซมและสร้างพระราชวังขึ้นมาใหม่ตามแบบฉบับดั้งเดิม และในปัจจุบันนั้นมีตำหนักทั้งสิ้น 10 ตำหนัก ขณะที่คำว่า “เคียงบกกุง” ในภาษาเกาหลีแปลว่า “พระราชวังแห่งพรที่ส่องแสงสว่าง (The Palace of Shining Blessings)

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

เราจะเห็นพระราชวังเคียงบกกุงตั้งโดดเด่นตระการตาเป็นสง่าอยู่ที่สุดปลายทางด้านเหนือของถนนเซจองโน โดยพระราชวังแห่งนี้ถือว่าเก่าแก่ที่สุดของราชวงศ์โชซอนเลยทีเดียว ทางด้านภายในพระราชวังนั้นยังเป็นที่ตั้งของ 2 พิพิธภัณฑ์ในสถานที่เดียวนั่นก็คือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลีและพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ โดยนักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับเอกลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเกาหลีรวมไปถึงวิถีการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวเกาหลีในอดีตกาล

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

ส่วนภายในพระราชวังเคียงบกกุงนั้นก็มีอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ให้เราได้เดินชมกันเพลิดเพลินพร้อมกับความสวยงามทั้งศาลาเคียงฮวรู ซึ่งตั้งอยู่กลางสระ หรือจะเป็นพระที่นั่งคีนจองวอนและศาลายางวอนจองรวมไปถึงประตูจอมชุมมุน ซึ่งเป็นประตูทางด้านตะวันออกของพระราชวังที่จะเปิดออกไปสู่ถนนซัมจองดองกิลที่มีร้านขายชุดฮันบก ซึ่งเป็นชุดประจำชาติเกาหลี และหอแสดงงานศิลปะอีกหลายแห่ง

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

ขณะเดียวกันก็น่าตื่นตาตื่นใจไปไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับพระราชวังเคียงบกกุงในยามค่ำคืนเมื่อได้ประดับประดาและแสงไฟสาดส่องมองเห็นถึงความยิ่งใหญ่อลังการและความเคร่งขรึมดูมีอำนาจตามแบบฉบับพระราชวัง ซึ่งก็ดูแปลกตาได้ความประทับใจไปอีกแบบผิดกับเมื่อตอนกลางวันที่ได้ชื่นชมอาคารและสิ่งปลูกสร้างและตำหนักมากมายที่รูปทรงคล้ายคลึงกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วพร้อมกับได้ซึมซับเอาความงดงามของสถาปัตยกรรมที่ดูแล้วน่าค้นหาชวนติดตามไม่น้อยเลยทีเดียว

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

นอกจากนี้ภายในพระราชวังเคียงบกกุงยังได้จัดให้มีการแสดงโชว์การผลัดเปลี่ยนเวรยามของทหารราชองครักษ์ ซึ่งการโชว์แต่ละครั้งจะใช้เวลาราว 30 นาทีและมีวันละ 3 รอบด้วยกันนั่นก็คือ 10.30, 13.30 และ 15.30 น. สำหรับค่าเข้าชมนั้น 3,000 วอนสำหรับผู้ใหญ่ ส่วนเยาวชนอายุตั้งแต่ 7-18 ปี 1,500 วอน ขณะที่ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปและเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีเข้าชมฟรี ซึ่งราคานี้รวมค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเปิดให้เข้าชมได้ทุกวันเวลา 09.00 – 18.00 น. แต่ในเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์จะปิดเวลา 17.00 น. และปิดทุกวันอังคาร

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

อีกสถานที่หนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยที่อยู่ในกรุงโซลนั่นก็คือหมู่บ้านบุกชอนฮันอ๊ก (Bukchon Hanok Village) เป็นหมู่บ้านดั้งเดิมของเกาหลีที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและตั้งอยู่ระหว่างพระราชวังเคียงบกกุง, พระราชวังชางด๊อกกุงและอารามหลวงจองเมียว โดยคำว่าบุกชอนในภาษาเกาหลีมีความหมายว่าหมู่บ้านทางตอนเหนือตามตำแหน่งที่ตั้งของหมู่บ้านที่อยู่ทางทิศเหนือของคลองชองเกชอนและชงโน เมื่ออดีตหมู่บ้านนี้มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างยิ่งจากการเป็นที่พำนักของเหล่าบรรดาขุนนางระดับสูงที่รายล้อมไปด้วยตรอกซอกซอยอันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเดิมกว่าร้อยหลัง รวมทั้งยังเป็นที่เก็บรักษาสภาพแวดล้อมของเมืองเอาไว้จึงทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่เมื่อสมัยราชวงศ์โชซอนที่มีอายุกว่า 600 ปี

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

ทางด้านคอชาเมื่อมาถึงกรุงโซลแล้วก็ไม่ควรพลาดที่จะแวะมาจิบชาที่ย่านวัฒนธรรมอินชาดงโดยเดินกินลมชมวิวจากหมู่บ้านบุกชอนฮันอ๊กลงมาทางใต้สัก 10-15 นาทีก็จะได้สัมผัสวัฒนธรรมประเพณีแบบเกาหลีในใจกลางเมืองแดนโสมขาวที่มีทั้งร้านน้ำชาตามแบบฉบับเกาหลี, ร้านขายวัตถุโบราณ, ห้องแสดงงานศิลปะราวทศวรรษที่ 70, ร้านขายเครื่องแกะสลักแบบพื้นเมืองและภัตตาคารที่จะให้เราได้ดื่มด่ำไปกับวัฒนธรรมเกาหลีแบบดั้งเดิมกันชนิดที่ราวกับเราเข้าไปอยู่ในอดีตขนาดที่ว่าเมื่อครั้งพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 เสด็จเยือนอินซาดงในปี 1999 ยังทรงตัสชมเชยงานศิลปะโบราณที่ท่านได้ทรงทอดพระเนตอย่างมากมาย นอกจากนี้วันเสาร์เวลา 14.00 – 22.00 น. และวันอาทิตย์เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ที่แห่งนี้ยังเป็นเขตปลอดยานพาหนะอีกด้วยพร้อมทั้งมีตลาดขายของเก่า, เครื่องประดับและงานศิลปะรวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากทั่วทุกมุมโลกมาให้ได้เลือกจับจ่าย

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

บรรดาขาช้อปทั้งหลายโดยเฉพาะสาวๆ เมื่ออุตส่าห์บุกมาถึงกรุงโซลแล้วนั้นมันก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงที่จะควงแขนแฟนหรือญาติสนิทมิตรสหายไปเดินจับจ่ายใช้สอยกันที่ตลาดเมียงดงที่เป็นศูนย์รวมแฟชั่นเกาหลีที่กำลังอินเทรนด์สามรถพบได้ตามถนน, ตรอกซอกซอยในย่ายนี้ที่เต็มไปด้วยสินค้าท้องถิ่นไปยันแบรนด์เนมชื่อดัง รวมทั้งยังมีร้านขายเครื่องสำอางและเครื่องประดับชั้นนำมากมายขายกันเกลื่อนกลาด และหากอยากรู้ว่าวัยรุ่นเกาหลีสวยดูดีขนาดไหนก็แวะมาดูได้ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนเพราะว่าแต่ละนางล้วนจัดหนักจัดเต็มกันมาเดินเชิดฉายไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผมพร้อมครบครัน

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

แม้ว่าตลาดเมียงดงแห่งนี้จะมีไว้ให้บริการกันตั้งแต่ 07.00 – 21.00 น. ซึ่งห้างจะเปิดและปิดเวลา 10.00 – 21.00 น. แต่ก็ควรจะมาเดินเล่นเอาตอนเย็นหรือกลางคืนจะดีกว่าเพราะคราคร่ำไปด้วยผู้คนและหากเราช้อปเหนื่อยจนหมดแรงแล้วล่ะก็ยังมีที่แวะให้เติมพลังด้วยร้านอาหารชั้นเลิศมากมายจนเรียกได้ว่าช้อป, ชิมและเที่ยวเสร็จในที่เดียวกัน และบนเนินสุดถนนเมียงดงยังมีโบสถ์เมียงดงให้เราได้เข้าไปชมความงามตามฉบับสถาปัตยกรรมแบบเรอเนสซองส์ยุคใหม่ได้อีกด้วย โดยจะเห็นหอระฆังตั้งตระหง่านสูง 45 เมตรและโบสถ์นี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1898 ซึ่งชาวเกาหลีที่นับถือศาสนาคริสต์นั้นมีมากกว่า 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

ส่วนคู่รักทั้งหลายก็อย่าเพิ่งน้อยใจไปเพราะเราก็มีสถานที่แนะนำให้ไปสวีทกันนั่นก็คือสถานีรถไฟยองดองจินหรือรถไฟสายโรแมนติก ซีเทรน (Sea Train) ที่ได้รับการจดบันทึกลงใน Guinness Book ว่าเป็นสถานีรถไฟที่ตั้งอยู่ใกล้กับมหาสมุทรมากที่สุดและเป็นอีกแห่งที่คู่รักมักนิยมมาสวีทหวานกันพร้อมชื่นชมวิวทิวทัศน์อันสุดแสนโรแมนติกตลอดสองข้างทางของรถไฟสายสวรรค์บนดินขบวนนี้ที่แล่นจากเมือง Gangneung ไปจนถึงเมือง Samcheok รวมระยะทาง 58 กิโลเมตรเรียบตามชายฝั่งทะเลตะวันออกให้เราได้รับกลิ่นอายของท้องทะเลพร้อมด้วยที่นั่งที่ถูกจัดขึ้นมาอย่างพิเศษให้หันหน้าเข้าสู่ทะเลและมีหน้าต่างบานใหญ่คอยให้เปิดออกชมวิวกันอย่างจุใจไปเลย

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

รถไฟขบวนชวนฝันนี้มีด้วยกันทั้งหมด 3 โบกี้โดยที่โบกี้แรกสำหรับคู่รักที่มาเที่ยวหรือฮันนีมูน ซึ่งจะมีห้องสำหรับถ่ายรูปที่เพิ่งแต่งงานพร้อมบริการเสิร์ฟไวน์ให้อีกด้วย ขณะที่โบกี้ที่สองนั้นสำหรับครอบครัวและผู้สูงอายุ ส่วนโบกี้สุดท้ายจัดเอาไว้รองรับกับผู้โดยสารที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการจัดปาร์ตี้ นอกจากนี้ภายในรถไฟยังได้มีภาพยนตร์, เพลงและอินเตอร์เน็ตเอาไว้คอยให้บริการกันชนิดที่ว่ามาแล้วสุดคุ้มได้ทุกอย่างในคราวเดียวกันฟินฝุดๆ กันไปเลย

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

ทางด้านเส้นทางของรถไฟขบวนนี้จะวิ่งไปสิ้นสุดที่สถานียองดองจินเมืองกังนึง ซึ่งเป็นเมืองพักผ่อนชายทะเลทางด้านตะวันออกของเกาหลี โดยสถานีรถไฟดองจินยังเป็นที่นิยมมารอชมพระอาทิตย์ดวงโตโผล่ขึ้นมาส่องแสงสีแดงสดจากขอบฟ้าในวันขึ้นปีใหม่ของชาวเกาหลี รวมทั้งยังถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์และซีรี่ย์มาแล้วหลายต่อหลายเรื่องจนกลายเป็นสถานีที่หนุ่มสาวและครอบครัวเทใจกดไลค์กันให้อย่างแรง

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

คราวนี้มาเอาใจคุณน้องๆ หนูๆ กันบ้างด้วยการพาทัวร์สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ ซึ่งเป็นส่วนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีและตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา เป็นศูนย์รวมความสนุกกับบัตร BIG 5 ที่สามารถเลือกเล่นเครื่องเล่นได้ฟรี 5 ชนิดทั้งเครื่องเล่นมหึมาน่าหวาดเสียว, ดินแดนแห่งเทพนิยายและสวนสนุกซาฟารีเวิลด์ ซึ่งถูกขนานนามให้เป็น “ดิสนี่ย์แลนด์เกาหลี”

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

ส่วนสนุกแห่งนี้มีการก่อตั้งขึ้นโดยตระกูลซัมซุง ซึ่งเจ้าของกิจการซัมซุงมีลูกชาย 3 คน โดยถือกำเนิดจากการที่คุณปู่อยากจะสร้างสวนสนุกเป็นของขวัญให้กับหลานชายคนแรก ซึ่งเป็นลูกของลูกชายคนโต จึงซื้อภูเขาทั้งลูกมาเพื่อสร้างเป็นสวนสนุกกลางหุบเขาและยืนยาวมาจนถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลา 30 กว่าปีแล้ว และเอเวอร์แลนด์ก็กลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่ดึงดูดเอานักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศมาสัมผัสกับความสนุกสนามและตื่นตาตื่นใจกันไม่เสื่อมคลายเลยทีเดียว

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

หนึ่งในไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดของการมาเที่ยวชมเอเวอร์แลนด์นั่นก็คือในส่วนของสัตว์ป่าซาฟารีที่เราจะได้พบกับ “ไลเกอร์” ซึ่งเป็นลูกแฝดผสมที่เกิดขึ้นจากการสานสัมพันธ์รักจากสิงโตตัวผู้และเสือตัวเมีย นับเป็นแฝดผสมเสือ-สิงโตคู่แรกของโลก นอกจากนี้เรายังจะได้เพลิดเพลินและอดที่จะยิ้มไปไม่ได้กับลีลาท่าทางอันพริ้วไหวของหมีต่างๆ ที่คอยยืนต้อนรับ ซึ่งพนักงานขับรถซาฟารีจะเป็นผู้ทักทาย และให้อาหารพร้อมเล่นกับเจ้าหมีและประทับใจไปกับการไหว้สไตล์หมีๆ

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

หลังจากสนุกสนานตื่นเต้นเร้าใจไปกับเครื่องเล่นต่างๆ พร้อมกับอิ่มอกอิ่มใจกับการชมสัตว์ต่างๆ นาๆ คราวนี้ก็มาถึงคิวที่จะไปเก็บความประทับใจไปกับการเดินชมและถ่ายรูปสวยๆ กับสวนดอกไม้ ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันอวดโฉมตามฤดูกาล โดยในฤดูร้อนก็จะเป็นคิวของดอกกุหลาบและดอกลิลลี่ที่ผลิบานให้เราได้ชมอย่างงดงามอร่ามทั้งทุ่งดอกไม้จนทำให้บรรดานักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสไปสัมผัสกับสวรรค์บนดินเช่นนี้อดที่จะเก็บภาพความประทับใจเอาไว้ในกล้องที่กดชัตเตอร์กันแทบไม่ทันชนิดที่นี่ก็แจ่มนั่นก็แจ่ม

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

หากเราได้มีโอกาสไปเกาหลีและไม่ได้ไปที่นี่แล้วล่ะก็ถือว่าผิดขั้นรุนแรงเลยทีเดียวนั่นก็คือเกาะเชจูที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากเกาะหนึ่งแห่งแดนโสมขาว โดยเกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงโซลอันเป็นหนึ่งในจังหวัดทั้งเก้าของเกาหลีและหากท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีด้วยเครื่องบินจากกรุงโซลก็ใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นเอง และเป็นที่บอกกล่าวเล่าขานกันปากต่อปากถึงความงดงามจนกลายเป็นกระแสแห่กันมาท่องเที่ยวอย่างมากมายจนทำให้มีเที่ยวบินที่ดิ่งตรงมาที่เกาะเชจูจากเมืองดังต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง, เซี่ยงไฮ้, โอซาก้า, โตเกียว, นาโกย่าและฟูกูโอกะ

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

นอกจากจะท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีด้วยเครื่องบินมายังเกาะเชจูแล้วนั้นเรายังสามารถที่จะโดยสารเรือเฟอร์รี่จากพูซาน, วานโด, อินชอน, ยอซูและมกโพก็ได้เช่นเดียวกัน และจากการที่เป็นจังหวัดที่แยกออกมาจากแผ่นดินใหญ่จึงทำให้เชจูมีบรรยากาศอันสุดแสนโรแมนติกสไตล์ประเทศในเขตร้อนที่มี 4 ฤดูกาลพร้อมอากาศที่อบอุ่นสบายๆ ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ย 15 องศาเซลเซียส ทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีหนุ่มสาวที่เพิ่งแต่งงานควงแขนกันไปดื่มด่ำน้ำผึ้งพระจันทร์และนักท่องเที่ยวที่ต้องการปลีกวิเวกจากความแน่นหนาในเมืองใหญ่ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ตลอดทั้งไปและในหน้าร้อนมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 22-26 องศาเซลเซียส

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

ภูมิประเทศทางด้านชายฝั่งตะวันตกของเกาะเชจูนั้นมันเป็นหินภูเขาไฟที่มองดูแล้วเป็นรูปทรงประหลาดคล้ายกับมังกรอ้าปาก ซึ่งเรียกว่าโขดหินยงดูอัม เป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวไม่น้อยเลยทีเดียวจนมีโรงแรมตั้งขึ้นทั้งสไตล์ตะวันตกและแบบเกาหลี และอีกหนึ่งที่ไม่ควรพลาดก็ได้แก่อุทยานแห่งชาติภูเขาอัลลาซานที่ประกอบไปด้วยภูเขาไฟที่ดับไปนานแล้วสูงตระหง่านอยู่กลางทุ่งนา, ป่าเขาและหมู่บ้านเล็กๆ รวมไปถึงโรงแรมหรูอยู่บนหาดทรายขาวสะอาดที่มีทางหลวงตัดข้ามเกาะด้านที่ไม่สูงนักของอุทยานแห่งนี้ โดยเมื่อเราได้ขึ้นมาอยู่บนอุทยานแห่งนี้แล้วนั้นเราก็จะสามารถมองเห็นยอดเขาที่มีหิมะปกคลุมโผล่พ้นกลุ่มเมฆและภูเขาอัลลาซานที่มีความสูง 1,950 เมตรจากระดับน้ำทะเลและจัดได้ว่าเป็นยอดเขาที่สูงมากที่สุดในเกาหลี

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศเกาหลี

หลังจากชื่นชมความงามกับอุทยานแห่งชาติอัลลาซานกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วต่อจากนั้นเราก็สามารถท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีต่อไปกันที่ปากปล่องภูเขาไฟซานกึมบูรี ซึ่งเป็นหนึ่งในปากปล่องภูเขาไฟทั้ง 3 แห่งบนเกาะเชจูที่รวมไปถึงทะเลสาบเพ็งนกทับที่ยอดเขาอัลลาซานและซงซานโปหรือยอดเยาตะวันขึ้น โดยปากปล่องภูเขาไฟซานกึมบูรีมีเส้นรอบวงยาวถึง 2 กิโลเมตรเลยทีเดียว ขณะเดียวกันนั้นในบริเวณนี้เราก็จะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่มีพันธุ์ไม้ต่างๆ ทั้งแบบกึ่งโซนร้อนและแบบอบอุ่นรวมไปถึงแบบบนภูเขาที่มีมากมายหลากหลายถึง 420 จนกลายเป็นที่รู้จักกันในนามหมู่นักพฤษศาสตร์ที่ต้องยกนิ้วให้เป็นขุมสมบัติแห่งพรรณไม้ สำหรับฤดูร้อนหรือฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการไปเยี่ยมชมปากปล่องภูเขาไฟซานกึมบูรี

เที่ยวพม่าทัวร์พม่า

พม่าจัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของเราที่น่าจะไปแวะเวียนเยี่ยมชมเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไม่มากมายนัก รวมทั้งยังมีสถานที่ให้เลือกท่องเที่ยวกันอย่างหลากหลายทั้งทางด้านประวัติศาสตร์, ศิลปะวัฒนธรรม, และความเป็นธรรมชาติที่ยังคงมีอย่างสมบูรณ์ให้เราสามารถได้ไปสูดอาการบริสุทธิ์ได้อย่างชุ่มฉ่ำปอดหนำใจกันไปเลย และชั่วโมงนี้ธุรกิจท่องเที่ยวของพม่าก็นับได้ว่าบูมขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่น้อยเลยทีเดียว เชื่อเหลือเกินว่าหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของพม่าที่ได้รับการจับตามองจ้องอยากจะไปสัมผัสและนมัสการความมหัศจรรย์อันน่าทึ่งแห่งหนึ่งนั่นก็คือพระธาตุอินทร์แขวนหรือไจ้ก์ทิโย (Kyaikhtiyo) ในภาษามอญหมายความว่า หินรูปหัวฤๅษี โดยพระธาตุอินทร์แขวนตั้งอยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ในอำเภอสะเทิมที่เขตรัฐมอญของพม่าบนยอดเขา Paung Laung ที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,615 ฟุต และลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือมีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตรที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ ขณะเดียวกันพระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะและยังเป็นพระธาตุประจำปีจอที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต นอกจากนี้ยังมีตำนานเล่าขานกันในสมัยพุทธกาลว่ามีฤๅษีติสสะเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้าที่ได้ทรงมอบให้ไว้เป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ให้ประชาชนสักการะ เมื่อครั้นได้มาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศาต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ ส่วนฤๅษีติสสะกลับนำไปซ่อนไว้ในมวยผม เมื่อเวลาล่วงเลยถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องละสังขารเต็มที เขาตั้งใจไว้ว่าจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของเขา ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์) จึงช่วยเสาะหาก้อนหินดังกล่าวจากใต้ท้องมหาสมุทรและนำมาวางหรือแขวนไว้บนภูเขาหิน แต่บางตำนานก็เล่าว่ามีฤๅษีองค์หนึ่งซ่อนพระเกศาที่ได้รับมาจากพระพุทธเจ้าเมื่อครั้นมาโปรดสัตว์ในถ้ำไว้ในมวยผมมาเป็นเวลานาน เมื่อใกล้ถึงวาระที่จะต้องละสังขารจึงตัดสินใจมอบพระเกศาให้กับพระเจ้าติสสะ กษัตริย์ผู้ครองนครแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรของลูกศิษย์ที่นำมาฝากให้ฤๅษีช่วยเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก แต่ก่อนอื่นพระเจ้าติสสะต้องหาก้อนหินที่มีลักษณะคล้ายศีรษะของฤๅษี โดยมีพระอินทร์เป็นผู้ช่วยค้นหาจากใต้สมุทรนำมาวางไว้ที่หน้าผา พระธาตุอินทร์แขวนอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้งราว 180 กิโลเมตร โดยนั่งรถผ่านเมืองหงสาวดีมาสู่คิมปูนแค้มป์ (เชิงเขาไจ้เที่ยว ระยะทาง 170 กิโลเมตร) ใช้เวลา 4 – 5 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็นั่งรถบรรทุกหกล้อเดินทางสู่จุดเดินเท้า (ระยะทาง … Read More

โปรแกรมทัวร์เกาหลี

เกาะเชจูแบบ LUXURY กับที่พักระดับ 4 ดาว เที่ยวเกาหลีเกาะเชจ ูแบบ LUXURY สดุๆ กับที่พักระดับ 4 ดาว และอาหารบุฟเฟ่ต์อาหารทะเล Teddy Bear Museum – พิพิธภัณฑ์ชา O’Sulloc – จูซังจอลลี – วัดยักชอนซา – ยงดูอัมรอคโขด หินรูปมังกร  – ยอดเขาซองซานิอลซุงโบล – ซอพจิโกจิ – หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอับ – ทุ่งดอก เรป – ศูนย์สมุนไพร – ร้านเครื่องสำอางค ์Midam – ศูนย์โสม – ดาวทาวน์เมืองเชจ ู– ร้าน น ้ามันสน – Shilla Duty Free – ซูเปอร์มาร์เกต รายละเอียดทัวร์เกาหลีทั้งหมด … Read More

ทัวร์เกาหลี

เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองต้องเตรียมตัวอย่างไร สถานที่ในฝันของใครหลายๆ คนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีและชอบที่จะศึกษาวัฒนธรรมใหม่ๆ ของประเทศเกาหลีที่ไม่ว่าสาวๆ คนไหนก็ต้องอยากที่จะไปเหยียบดินแดนกิมจิที่แสนโรแมนติกสักครั้ง แต่ถ้าคุณเป็นนักผจญภัยที่ต้องการจะศึกษาข้อมูลต่างๆ ก่อนที่จะท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลี อย่าเพิ่งเก็บกระเป๋าก่อนที่จะได้อ่านนะคะ คุณรู้หรือไม่ว่า การท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีไปเกาหลีไม่ต้องขอวีซ่า การท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีไปยังประเทศเกาหลีนั้น ไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ถ้าหากคุณไม่เคยท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีออกจากนอกประเทศมาก่อนเลยและต้องการที่จะท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีไปด้วยตัวเอง (ไม่ได้ไปกับทัวร์) การขอวีซ่าเพื่อพำนักอยู่ที่นั่นจะเป็นการปลอดภัยที่สุดเพราะส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวอาจจะโดนส่งกลับด้วยหลายสาเหตุต่างกัน ในกรณีที่คุณต้องการขอวีซ่านั้น เอกสารที่ต้องเตรียมมีดังต่อไปนี้ค่ะ ·หนังสือท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลี (Passport) ที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนและมีที่ว่างเหลืออย่างน้อย 3 หน้า ·กรอกเอกสารแบบฟอร์มการขอวีซ่าให้ครบถ้วน พร้อมลายเซ็นต์ 1 ชุด ·รูปสีพื้นหลังขาว ขนาด 2×2 นิ้วจำนวน 2 รูป ·ประกันการท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลีที่ครอบคลุมตลอดเวลาที่คุณท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลี มีวงเงินคุ้มครองอย่างน้อย 1,500,000 บาท ·Statement ย้อนหลังอย่างน้อย 3 เดือน (แต่ต้องออกโดยธนาคารเท่านั้น) ·หลักฐานการจองที่พัก/โรงแรม หรือหนังสือรับรองที่พักระหว่างการท่องเที่ยวกับทัวร์เกาหลี หากต้องไปพักกับคนรู้จัก ·ใบจองตั๋วเครื่องบินแบบไป-กลับ ทั้งตัวจริงและสำเนา ·จดหมายรับรองการทำงาน และการอนุญาตให้ลาหยุดได้ และต้องระบุตำแหน่งการทำงาน เงินเดือน อายุการทำงานของที่ทำงานนั้นๆ ·ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ถ้ามี) … Read More

เที่ยวฮ่องกงทัวร์ฮ่องกงราคาถูก

หากจะให้นึกถึงสวรรค์ของนักช้อปคงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าฮ่องกงที่ใช้เวลาบินไปเพียงแค่ไม่ถึง 3 ชั่วโมงเท่านั้นเองก็จะได้ทั้งช้อปทั้งเที่ยวเรียกว่าครบรสในทีเดียว โดยหากอยากช้อปให้กระจายก็คงตรงรีบมุ่งตรงไปกันที่เลดี้ส์ มาร์เก็ต แต่ถ้าต้องการย้อนเวลาหาอดีตสู่ความทรงจำอันสนุกสนานเมื่อครั้งยังเด็กก็ต้องไปที่สวนสนุกดีสนี่ย์แลนด์ และหากอยากกราบไหว้พระขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตก็ต้องเป็นที่วัดหว่องไทซิน นอกจากนี้ยังมีอาหารอีกหลากหลายชนิดที่รอให้เราไปลองลิ้มชิมรสชาติท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของทั้งเกาะที่บริเวณวิคตอเรียพีค Victoria Peak เป็นยอดเขาที่สูงทีสุดของเกาะฮ่องกง สูงจากระดับน้ำทะเล 552 เมตร โดยบนยอดเขาแห่งนี้เราจะมองเห็นทัศยภาพทั้งหมดของเกาะฮ่องกงพร้อมชื่นชมไปกับวิวทิวทัศน์ของอ่าววิคตอเรีย, ตึกระฟ้า, เรือเฟอร์รี่ และสีสันที่งดงามยามค่ำคืนจนได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเกาะฮ่องกงเลยทีเดียว อ่าววิคตอเรีย (Victoria Harbour) เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวฮอตฮิตติดชาร์จของฮ่องกงและบรรดานักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องแวะมาเยี่ยมชมไม่ว่าคุณจะมาเยือนฮ่องกงกี่ครั้งแล้วก็ตาม อ่าววิคตอเรียมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักระดับโลกในเรื่องของทัศนียภาพยามค่ำคืน โดยจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดอยู่บน Victoria Tower บนวิคตอเรียพีคหรือถ้าจะชมวิวจากเรือเฟอร์รี่ก็นับสวยงามไม่แพ้กัน นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญแล้วนั้นอ่าววิคตอเรียยังมีการจัดแสดงโชว์มากมายเช่นการแสดงดอกไม้ไฟที่มีชื่อเสียงทั้งกับนักท่องเที่ยวและกับคนฮ่องกงเอง รวมทั้งทางรัฐบาลฮ่องกงยังได้จัดให้มีการแสดง A Symphony of Lights, การแสดงที่ผสมผสานระหว่างดนตรี, แสงไฟ, และ pyrotechnics เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมทุกค่ำคืน รีพัลส์ เบย์เป็นหนึ่งในหาดที่สวยที่สุดในฮ่องกง ซึ่งอยู่บริเวณตอนใต้ของเกาะฮ่องกง โดยชื่ออ่าวได้มาจากชื่อเรีอรบของอังกฤษที่เคยมาจอดรักษาการณ์อยู่ที่นี่  ขณะเดียวกันนั้นรีพัลส์ เบย์ก็มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมมากของบรรดานักท่องเที่ยวที่มาชื่นชมบรรยากาศความงดงามของหาดทรายในตอนเช้าเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นและเมื่อพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น สำหรับอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจอยู่อีกทางด้านหนึ่งของรีพัลส์ เบย์ที่จะมีวัดอันเป็นที่ประดิษฐานขององค์เจ้าแม่กวนอิมและบรรดาเทพต่างๆ ให้เหล่านักท่องเที่ยวได้กราบสักการะ นอกจากนี้ยังมีสะพานต่ออายุที่เชื่อกันว่าข้ามครั้งหนึ่งจะสามารถช่วยต่ออายุของเราเพิ่มขึ้นได้ถึง 3 ปีเลยทีเดียว โอเชี่ยนปาร์ค ฮ่องกงเป็นสวนสนุกที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ด้านใต้ของฮ่องกง ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 1977 และกวาดไปมากมายหลากหลายรางวัล … Read More

เที่ยวสิงคโปร์ทัวร์สิงคโปร์

แม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศเล็กแต่ก็มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองและเป็นหัวแถวแนวหน้าในธุรกิจอาเซี่ยนจึงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยี่ยมชมได้ในแต่ละปีไม่น้อยเลยทีเดียวจากความผสมผสานอันกลมกลืนจากหลากหลายวัฒนธรรมของหลายชนเผ่าที่เข้ามาอยู่ร่วมกันช่วยกันสร้างสีสันให้สดใสจนกลายเป็นหนึ่งในเกาะที่ไม่เคยหลับใหลเต็มไปด้วยผู้คนคราคร่ำดื่มดำไปกับแสงสีเสียงในยามค่ำคืนพร้อมกับมีของให้เลือกช้อปปิ้งที่หลากหลายไม่น้อยหน้าไปกว่าที่อื่นเลยทีเดียว กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของสิงคโปร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับเมอร์ไลออน (Merlion) หรือสิงโตทะเล ที่เป็นรูปปั้นหัวเป็นสิงโตมีร่างเป็นปลายืนตระหง่านอยู่บนยอดคลื่น ซึ่งออกแบบขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคณะกรรมการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board) ในปีค.ศ. 1964 สิงโตตัวนี้ความสูง 806 เมตรและหนัก 70 ตันโดยทำจากวัสดุจำพวกซีเมนต์ด้วยฝีมือช่างชาวสิงคโปร์ ขณะที่สิงโตทะเลตัวที่สองจะมีขนาดเล็กโดยมีความสูง 2 เมตรและหนัก 3 ตัน แต่เดิมรูปปั้นนี้ตั้งอยู่ที่สวนสิงโตทะเล (Merlion Park) สำหรับผู้ออกแบบเมอร์ไลออนคือนายฟราเซอร์ บรูนเนอร์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแวนคลีฟ สวนสัตว์ไนท์ซาฟารี (Night Safari) ที่สิงคโปร์จัดเป็นสวนสัตว์ตอนกลางคืนแห่งแรกของโลก และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมเยียนแดนลอดช่อง โดยใช้งบในการก่อสร้างมากกว่า 63 พันล้านเหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ในพื้นที่กว่า 40 เฮคเตอร์ และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 1994 ปัจจุบันนี้สวนสัตว์ไนท์ซาฟารีมีสัตว์จำนวนมากกว่า 1,040 ตัวจาก 120 สายพันธุ์และบริหารจัดการศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติสิงคโปร์ และมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมมากกว่า 1.1 ล้านคนต่อปี โดยสามารถซื้อบัตรเข้าชมแบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์การท่องเที่ยวของสิงคโปร์ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore) … Read More

Page 1 of 4812345Next Page »